ปลากัดสวยงาม 8 สายพันธุ์น่าเลี้ยง เลือกตัวไหนดี?

ปลากัดฮ

สมัยพี่ฟูเรียนมหาลัย เคยซื้อปลากัดพลาคัทตัวแรกมาเลี้ยงในหอพักครับ ตอนนั้นคิดว่า “ก็แค่ปลากัดธรรมดา” แต่พอเริ่มศึกษาไปเรื่อยๆ ถึงได้รู้ว่าปลากัดสวยงามมีหลายสายพันธุ์มาก แต่ละแบบก็สวยคนละสไตล์ ครีบไม่เหมือนกัน สีก็ต่างกัน สุดท้ายพี่ฟูก็หลงไปเพาะพันธุ์ฮาล์ฟมูนอยู่พักใหญ่เลยครับ

บทความนี้พี่ฟูรวม 8 สายพันธุ์ปลากัดสวยงามที่น่าเลี้ยงมากที่สุด พร้อมบอกจุดเด่น ระดับเลี้ยงง่าย ราคาโดยประมาณ แล้วก็เหมาะกับใคร ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มเลี้ยงหรือเลี้ยงมาสักพักแล้วอยากลองสายพันธุ์ใหม่ มีให้เลือกครับ

ทำไมปลากัดถึงมีหลายสายพันธุ์ขนาดนี้?

ปลากัดไทย หรือ Betta splendens เป็นปลาที่อยู่คู่คนไทยมานานมากครับ สมัยก่อนเลี้ยงเพื่อกัดเดิมพันกัน ตัวไหนแข็งแรงก็เอามาผสมต่อ พอผ่านมาหลายสิบปี คนเริ่มหันมาผสมพันธุ์เพื่อความสวยงามแทน จนคณะรัฐมนตรีมีมติให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติไทยเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 ครับ

การจำแนกสายพันธุ์ปลากัดสวยงาม ส่วนใหญ่ดูจากรูปทรงของครีบและหางเป็นหลักครับ ตามมาตรฐาน International Betta Congress (IBC) จะแบ่งตามลักษณะครีบ เช่น มุมการกางของหาง ความยาวครีบ ลักษณะก้านครีบ ส่วนเรื่องสีสันนั้นหลากหลายมาก ทั้งสีเดียว สองสี หลายสี จนถึงลายกาแล็กซี่และนีโม่ที่กำลังฮิตกันอยู่ตอนนี้ ข้อมูลจากสถาบันเทคโนโลยีเกษตร (NSTDA) ระบุว่าไทยส่งออกปลากัดมากกว่า 20 ล้านตัวต่อปีไปกว่า 95 ประเทศเลยครับ

8 สายพันธุ์ปลากัดสวยงามน่าเลี้ยง

1. ฮาล์ฟมูน (Halfmoon — HM)

ถ้าพูดถึงปลากัดสวยงาม สายพันธุ์แรกที่คนนึกถึงคือฮาล์ฟมูนครับ จุดเด่นคือหางกางได้ 180 องศา เป็นรูปครึ่งวงกลมเหมือนพระจันทร์ครึ่งดวง ตัว D สวยๆ เวลาแผ่ครีบเต็มที่สวยมากจริงๆ ครับ อ่านเพิ่มเติม: อาหารปลากัดเร่งสี เลือกยี่ห้อไหนให้ปลาสีสวย

ฮาล์ฟมูนเป็นปลาครีบยาว เลี้ยงง่ายในระดับปานกลาง ต้องระวังเรื่องครีบฉีกเพราะครีบบางและยาว ไม่ควรใส่ของตกแต่งแหลมๆ ในตู้ ราคาเริ่มต้นประมาณ 50-150 บาทสำหรับตัวทั่วไป แต่ถ้าสีสวยเกรดประกวดก็พุ่งไปหลักพันได้เลยครับ

2. พลาคัท (Plakat — PK)

พลาคัทคือปลากัดครีบสั้นครับ ชื่อมาจากคำว่า “ปลากัด” ตรงๆ เลย เป็นสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงปลากัดป่ามากที่สุด ลำตัวล่ำ หนา ว่ายน้ำได้คล่องกว่าพวกครีบยาว

ถ้าถามพี่ฟู สำหรับมือใหม่พี่ฟูแนะนำพลาคัทเป็นตัวแรกเลยครับ เพราะแข็งแรงมาก ทนโรค ไม่ค่อยมีปัญหาครีบฉีก ราคาก็เริ่มต้นแค่ 20-80 บาท หาซื้อง่ายทั้งตลาดและออนไลน์

3. ฮาล์ฟมูนพลาคัท (HMPK)

สายพันธุ์นี้เป็นลูกผสมระหว่างฮาล์ฟมูนกับพลาคัทครับ ได้ข้อดีทั้งสองอย่าง คือ หางกาง 180 องศาเหมือนฮาล์ฟมูน แต่ครีบสั้นกว่า ทำให้ว่ายน้ำคล่อง แข็งแรงกว่า ครีบไม่ค่อยฉีก

HMPK เป็นสายพันธุ์ที่นิยมมากที่สุดในวงการปลากัดสวยงามตอนนี้ครับ ทั้งเลี้ยงเล่นและประกวดได้หมด ราคาอยู่ที่ประมาณ 50-300 บาท ขึ้นอยู่กับสีและเกรด

4. ครา​วน์เทล (Crowntail — CT)

ครา​วน์เทลมีลักษณะเฉพาะตัวมากครับ ก้านครีบจะยื่นยาวออกมาเลยพังผืด ทำให้หางดูเหมือนมงกุฏหรือหนามแหลมๆ สวยแปลกตาไม่เหมือนสายพันธุ์ไหนเลย ตามมาตรฐาน IBC กำหนดว่าพังผืดต้องลดลงอย่างน้อย 33% เทียบกับความยาวก้านครีบครับ

เลี้ยงง่ายระดับปานกลาง ราคาเริ่มต้น 30-100 บาท ส่วนตัวพี่ฟูว่าครา​วน์เทลเหมาะกับคนที่อยากได้ปลาที่ดูเท่ๆ ดุๆ ไม่เน้นสายหวาน

5. ดับเบิลเทล (Double Tail — DT)

ดับเบิลเทลมีหางแยกเป็น 2 แฉกชัดเจนครับ ดูเหมือนปลามีหาง 2 อัน ครีบหลังก็จะกว้างกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ด้วย ทำให้ดูอลังการ

จริงๆ แล้วดับเบิลเทลหายากกว่าสายพันธุ์อื่นนิดนึงครับ บางตัวมีปัญหาลำตัวสั้นกว่าปกติเพราะพันธุกรรม ต้องเลือกซื้อดีๆ ราคาประมาณ 50-200 บาท

6. ปลากัดยักษ์ (Giant)

ปลากัดยักษ์คือปลากัดที่ตัวใหญ่กว่าปกติมากครับ ปลากัดทั่วไปยาวประมาณ 6-8 ซม. แต่ยักษ์ยาวได้ 10-14 ซม. บางตัวโตถึง 18 ซม. เลย เห็นแล้วตะลึงเลยครับตอนแรก

เลี้ยงง่ายเหมือนพลาคัท แต่ต้องใช้ตู้ใหญ่กว่าหน่อย กินเยอะกว่าด้วย ราคาสูงกว่าสายพันธุ์อื่นพอสมควร เริ่มต้นประมาณ 100-500 บาท ตัวสวยๆ สีดีก็หลักพันครับ

7. แฟนซี / นีโม่ / กาแล็กซี่

พวกนี้จริงๆ ไม่ใช่ “สายพันธุ์” ตามรูปทรงครีบ แต่เป็นสายสีที่กำลังฮิตสุดๆ ในไทยครับ นีโม่จะมีลายสีส้ม ดำ แดง คล้ายปลาการ์ตูน ส่วนกาแล็กซี่จะเป็นจุดสีกระจายทั่วตัวเหมือนดวงดาว สวยมากครับ ตามรายงานของไทยรัฐปลากัดสายสีพวกนี้เป็นตลาดพันล้านเลยทีเดียว

ราคานีโม่เริ่มต้นประมาณ 80-300 บาท กาแล็กซี่เกรดสวยก็ 200-1,000+ บาท ตัวที่สีเข้มชัดเจนจะราคาสูงกว่า

8. ดั้มโบ้ / เอเลเฟ่นท์เอียร์ (Dumbo / Elephant Ear)

สายพันธุ์สุดท้ายที่อยากแนะนำคือดั้มโบ้ครับ จุดเด่นอยู่ที่ครีบหูข้าง (pectoral fin) ที่ใหญ่มากผิดปกติ ดูเหมือนหูช้าง เวลาว่ายน้ำจะโบกครีบหูข้างสวยมาก น่ารักด้วย

เลี้ยงง่ายพอๆ กับสายพันธุ์อื่น ราคาเริ่มต้นประมาณ 50-200 บาท เป็นสายพันธุ์ที่คนเลี้ยงปลากัดมาสักพักมักอยากลองสักตัวครับ

เปรียบเทียบ 8 สายพันธุ์แบบเห็นภาพ

สายพันธุ์ ลักษณะครีบ เลี้ยงง่าย ราคาเริ่มต้น เหมาะกับ
ฮาล์ฟมูน (HM) ยาว กาง 180° ⭐⭐⭐ 50-150 บาท คนชอบความสวยคลาสสิก
พลาคัท (PK) สั้น ล่ำ ⭐⭐⭐⭐⭐ 20-80 บาท มือใหม่ ต้องการปลาแข็งแรง
HMPK สั้น กาง 180° ⭐⭐⭐⭐ 50-300 บาท เลี้ยงเล่น + ประกวด
ครา​วน์เทล (CT) ก้านยื่น คล้ายมงกุฏ ⭐⭐⭐ 30-100 บาท คนชอบสไตล์เท่ แปลกตา
ดับเบิลเทล (DT) หาง 2 แฉก ⭐⭐⭐ 50-200 บาท คนอยากได้ปลาไม่ซ้ำใคร
ยักษ์ (Giant) ตัวใหญ่ 10-18 ซม. ⭐⭐⭐⭐ 100-500 บาท คนมีตู้ใหญ่ ชอบปลาตัวโต
แฟนซี/นีโม่/กาแล็กซี่ หลากหลาย (สายสี) ⭐⭐⭐⭐ 80-1,000+ บาท คนชอบสีแปลก สะสม
ดั้มโบ้ (Dumbo) ครีบหูใหญ่ ⭐⭐⭐⭐ 50-200 บาท คนชอบความน่ารัก

วิธีเลือกซื้อปลากัดสวยงาม ไม่ให้โดนหลอก

พี่ฟูเคยไปเดินซื้อปลากัดที่ตลาดนัดจตุจักร โซนสัตว์น้ำครับ ตอนแรกก็ตื่นเต้น เห็นตัวไหนสวยก็อยากซื้อหมด แต่หลังจากเลี้ยงมาสักพักก็เรียนรู้ว่าต้องดูหลายอย่างก่อนจ่ายเงิน

สิ่งที่ต้องดูก่อนซื้อ:

  • ลำตัว — ต้องไม่มีจุดขาว ไม่มีรอยแผล ไม่มีอาการบวมผิดปกติ
  • ครีบ — ต้องสมบูรณ์ ไม่ฉีกขาด ไม่หดหรือหนีบ ถ้าปลาแผ่ครีบสวยๆ ให้ดูแสดงว่าสุขภาพดี
  • สี — ต้องสดใส ไม่ซีดจาง ปลาที่สีจืดอาจเครียดหรือป่วย
  • ความว่องไว — ปลาที่สุขภาพดีจะว่ายน้ำกระฉับกระเฉง ตอบสนองเมื่อเห็นเรา ถ้านิ่งเฉยอาจไม่ค่อยสบาย

ซื้อที่ไหนดี?

  • ตลาดจตุจักร — หลากหลายมาก ดูตัวจริงได้ ต่อราคาได้ แต่ต้องไปเช้าๆ
  • ฟาร์มปลากัดโดยตรง — ได้ปลาคุณภาพดี รู้สายพันธุ์ชัดเจน
  • ออนไลน์ (Shopee, Lazada, Facebook) — สะดวก แต่ต้องดูรีวิวร้านดีๆ เพราะสีจริงอาจไม่ตรงรูป

เคล็ดลับจากพี่ฟู: ตอนซื้อปลากัดมาใหม่ อย่าเพิ่งปล่อยลงตู้ทันทีนะครับ ลอยถุงในตู้ 15-20 นาทีก่อน เพื่อปรับอุณหภูมิ ลดความเครียดให้น้องปลา ถ้าอยากรู้วิธีดูแลละเอียดขึ้น ลองอ่านคู่มือเลี้ยงปลากัดมือใหม่ฉบับสมบูรณ์ได้เลยครับ

อีกเรื่องที่อยากเตือนคือเรื่องภาชนะเลี้ยงครับ หลายคนซื้อปลากัดมาเลี้ยงในขวดเล็กๆ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ค่อยดีกับน้องปลาเท่าไหร่ ลองอ่านเรื่องเลี้ยงปลากัดในขวดได้ไหม?ดูนะครับ จะได้เข้าใจเหตุผลว่าทำไมตู้ใหญ่กว่าถึงดีกว่า

ถ้ายังเลือกไม่ถูกว่าจะเลี้ยงปลากัดหรือปลาอะไรดี ลองดู10 ปลาสวยงามเลี้ยงง่ายสำหรับมือใหม่เปรียบเทียบได้ครับ

คำถามที่พบบ่อย

ปลากัดสวยงามเลี้ยงง่ายไหม?

เลี้ยงง่ายครับ ปลากัดเป็นปลาที่อึดมาก หายใจอากาศได้โดยตรง ไม่ต้องใช้ปั๊มออกซิเจน แค่เปลี่ยนน้ำสม่ำเสมอและให้อาหารวันละ 1-2 ครั้ง ก็โอเคแล้วครับ อ่านวิธีดูแลละเอียดได้ที่คู่มือเลี้ยงปลากัดมือใหม่

สายพันธุ์ไหนเหมาะกับมือใหม่?

พลาคัท (PK) และ HMPK เหมาะที่สุดครับ เพราะแข็งแรง ครีบสั้นไม่ค่อยฉีก ดูแลง่าย ราคาไม่แพงด้วย

ปลากัดสวยงามราคาเท่าไหร่?

ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และเกรดครับ ตัวทั่วไปเริ่มต้นแค่ 20-100 บาท เกรดสวยหน่อยก็ 100-500 บาท ส่วนเกรดประกวดหรือสายสีหายากอย่างกาแล็กซี่เกรดท็อป ก็อาจถึงหลักพันหรือหลายพันบาทครับ

เลี้ยงปลากัดหลายตัวรวมกันได้ไหม?

ปลากัดเพศผู้ห้ามเลี้ยงรวมกันเด็ดขาดครับ จะกัดกันแน่นอน ส่วนเพศเมียบางคนเลี้ยงรวมกันได้ในตู้ใหญ่ แต่ก็ต้องดูนิสัยแต่ละตัว บางตัวก็ดุเหมือนกัน ตรงนี้พี่ฟูไม่แน่ใจ 100% ว่าทุกตัวจะอยู่รวมกันได้ ลองปรึกษาคนเลี้ยงที่มีประสบการณ์อีกทีนะครับ

สรุปแล้ว ปลากัดสวยงามเป็นปลาที่เลี้ยงสนุก สีสันสวยงาม แถมราคาไม่แพง ไม่ว่าจะเลือกสายพันธุ์ไหนก็มีความสุขได้ทั้งนั้นครับ ขอให้น้องปลากัดของทุกคนสุขภาพดี ครีบสวยๆ นะครับ ถ้ามีคำถามอะไร comment ได้เลยนะครับ พี่ฟูยินดีตอบครับ

เกี่ยวกับผู้เขียน

พี่ฟู Avatar

ความคิดเห็น

Leave a Reply