เพาะปลากัด มือใหม่ 7 ขั้นตอน ก่อหวอดถึงแยกขวด

สารบัญ
พี่ฟูจำได้ว่าตอนเริ่มเพาะปลากัดครั้งแรกสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ห้องพักเล็กๆ มีขวดโหลแบนวางเรียงบนชั้น กับกะละมังอีกไม่กี่ใบ ตอนนั้นคิดว่าแค่จับตัวผู้ตัวเมียมาเจอกันก็จบ ปรากฏว่าส่วนที่ง่ายที่สุดคือตอนปลาผสมพันธุ์ครับ ส่วนที่ยากคือหลังจากนั้น
เพาะปลากัด มือใหม่ทำได้จริงครับ ใช้อุปกรณ์ไม่กี่อย่าง ไม่ต้องมีฟาร์ม แต่ต้องรู้ก่อนว่าปลากัดคู่เดียวให้ลูกได้เป็นร้อยตัว และลูกปลาช่วง 3 สัปดาห์แรกคือช่วงที่ตายง่ายที่สุด บทความนี้พี่ฟูไล่ให้ตั้งแต่เลือกพ่อแม่พันธุ์ ขั้นตอนผสม ไปจนถึงตารางอาหารลูกปลาตามอายุ และตอนไหนต้องแยกขวดครับ
ก่อนเพาะ ถามตัวเองก่อนว่าจะเอาลูกปลาร้อยตัวไปไว้ไหน
เรื่องนี้คู่แข่งแทบไม่มีใครพูด แต่พี่ฟูว่าสำคัญที่สุดครับ งานวิจัยในวารสาร Revista Brasileira de Zootecnia (2012) นับไข่ปลากัดได้เฉลี่ยราว 130 ถึง 545 ฟองต่อครอก แล้วแต่ช่วงแสงที่ได้รับ ต่อให้รอดแค่ครึ่งเดียว ก็ยังเป็นลูกปลาหลายสิบถึงร้อยกว่าตัว
พอลูกปลาโตได้สัก 2 เดือน ตัวผู้จะเริ่มกัดกัน แล้วตัวผู้ทุกตัวต้องมีขวดของตัวเอง ลองนึกภาพขวดหลายสิบใบที่ต้องเปลี่ยนน้ำทุกใบดูครับ
เลยอยากให้คิดไว้ก่อนว่า ตัวที่เลี้ยงไม่ไหวจะไปไหน แจกเพื่อน ขายร้านปลา หรือฝากกลุ่มคนเลี้ยงปลากัด ถ้ายังไม่มีคำตอบ พี่ฟูแนะนำให้รอไปก่อนครับ ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติไทยตั้งแต่ปี 2562 ไม่ควรเพาะแล้วปล่อยทิ้งลงคลอง ปลากัดที่ขายกันทุกวันนี้คือ Betta splendens ที่คนไทยคัดพันธุ์มานาน ข้อมูลชนิดพันธุ์ดูได้ที่ FishBase
เลือกพ่อแม่พันธุ์ปลากัดยังไงให้ผสมติด
พ่อแม่พันธุ์ที่ดีควรอายุประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปีครับ อ่อนกว่านั้นมักยังไม่พร้อม แก่กว่านั้นไข่จะน้อยลง ตัวผู้ที่ขายตามร้านส่วนใหญ่อายุอยู่ในช่วงนี้อยู่แล้ว เพราะต้องรอให้สีและครีบขึ้นเต็มก่อนขาย
- ตัวผู้: ว่ายกระฉับกระเฉง ครีบไม่ขาด สีสด และที่สำคัญคือ ก่อหวอดเองอยู่แล้วในขวด ตัวที่ไม่เคยก่อหวอดเลย มักผสมยาก
- ตัวเมีย: ท้องอูมพอดี มองเห็นจุดขาวเล็กๆ ใต้ท้องตรงหน้าครีบก้น (ท่อนำไข่) และเวลาเห็นตัวผู้จะขึ้นลายแถบแนวตั้งที่ลำตัว แปลว่าพร้อมแล้ว
- ขนาด: ตัวเมียควรตัวเล็กกว่าตัวผู้นิดหน่อย ถ้าตัวเมียใหญ่กว่า ตัวผู้จะรัดไม่ถนัด
ส่วนเรื่องสายพันธุ์ (ซึ่ง International Betta Congress แบ่งตามรูปแบบครีบและสี) มือใหม่เริ่มจากพลาคัท (ครีบสั้น) จะง่ายกว่าครับ ตัวผู้ว่ายคล่อง ไล่ตัวเมียไม่เหนื่อย พี่ฟูเองหลงไปเพาะฮาล์ฟมูนอยู่พักใหญ่ สวยจริง แต่ครีบยาวๆ ทำให้ตัวผู้รัดตัวเมียพลาดบ่อยกว่า ถ้าอยากรู้ว่าแต่ละสายพันธุ์ต่างกันยังไง ดูได้ในปลากัดสวยงาม 8 สายพันธุ์ครับ
จัดตู้เพาะปลากัด ใช้อะไรบ้าง
ตู้เพาะไม่ต้องใหญ่ครับ จุดสำคัญคือน้ำต้องตื้น เพราะตัวผู้ต้องว่ายลงไปเก็บไข่ที่ร่วงลงพื้นแล้วพาขึ้นไปไว้ที่หวอดซ้ำๆ หลายสิบรอบ ถ้าน้ำลึกเกินไปตัวผู้จะเหนื่อยและเก็บไข่ไม่ทัน
อุปกรณ์ | ใช้ทำอะไร | ทางเลือกประหยัด |
|---|---|---|
ตู้หรือกะละมัง 20–40 ลิตร | เป็นที่ผสมและอนุบาลลูกปลาช่วงแรก | กะละมังพลาสติกสีเข้ม |
น้ำลึก 10–15 ซม. | ให้ตัวผู้เก็บไข่ได้ไม่เหนื่อย | - |
ใบหูกวางแห้ง 1–2 ใบ | ที่ยึดหวอด + ทำให้น้ำออกสีชา ปลาสงบ | แผ่นโฟมเล็กๆ ลอยน้ำ |
ที่หลบให้ตัวเมีย | กันตัวเมียโดนไล่กัดหนัก | พืชน้ำ หรือกระถางดินเผาเล็กวางตะแคง |
ขวดหรือแก้วใส | ครอบตัวเมียไว้ช่วงแรก ให้เห็นกันแต่ยังไม่เจอกัน | ขวดน้ำพลาสติกตัดครึ่ง |
ฝาปิด หรือพลาสติกคลุม | กันลมพัดหวอดแตก และกันอากาศเหนือน้ำเย็นเกิน | แผ่นพลาสติกใส |
สมัยพี่ฟูเพาะในหอ ใช้กะละมังทั้งหมด ไม่มีปั๊มลมสักใบ ซึ่งทำได้เพราะปลากัดหายใจจากผิวน้ำได้ (อ่านเพิ่มในปลาสวยงามไม่ต้องใช้ออกซิเจน) แต่ห้ามใส่ปั๊มลมหรือกรองแรงๆ ในตู้เพาะเด็ดขาดครับ กระแสน้ำจะทำให้หวอดแตกและพัดลูกปลาตัวจิ๋วไปทั่ว
💡 Tip จากพี่ฟู: พี่ฟูใช้ใบหูกวางตลอดครับ ตัวผู้ชอบก่อหวอดเกาะใต้ใบ และน้ำที่ออกสีชาอ่อนๆ ทำให้ปลาดูสงบขึ้นชัดเจน ใส่ใบแห้งที่ล้างแล้ว 1–2 ใบต่อตู้เพาะพอ ใส่เยอะจนน้ำเข้มมากจะมองเห็นลูกปลายากเอง
7 ขั้นตอนเพาะปลากัด ตั้งแต่ก่อหวอดถึงแยกพ่อปลา
ตั้งแต่เริ่มขุนจนเอาพ่อปลาออก ใช้เวลาราว 2–3 สัปดาห์ครับ ระหว่างนี้พยายามอย่าย้ายตู้หรือเคาะกระจกเล่น ปลากัดช่วงผสมพันธุ์ตกใจง่ายมาก

1. ขุนพ่อแม่พันธุ์ 1–2 สัปดาห์
แยกเลี้ยงคนละขวด วางใกล้กันให้มองเห็นกัน และให้อาหารโปรตีนสูงอย่างหนอนแดงหรือไรแดง วันละ 2 มื้อครับ ช่วงนี้ตัวเมียจะท้องอูมขึ้น ส่วนตัวผู้จะกางครีบโชว์บ่อยขึ้น ใครยังเลือกอาหารไม่ถูก ดูอาหารปลากัดยี่ห้อไหนดีได้ครับ
2. ปล่อยตัวผู้ลงตู้เพาะให้ก่อหวอดก่อน
ปล่อยตัวผู้ลงตู้เพาะก่อน 1–2 วัน ปล่อยให้คุ้นที่ และก่อหวอดใต้ใบหูกวาง น้ำที่อุ่นราว 27–28°C ช่วยกระตุ้นได้ดี เมืองไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ฮีตเตอร์ ยกเว้นช่วงหน้าหนาวในภาคเหนือ
3. ครอบตัวเมียไว้ในขวดใส
ใส่ตัวเมียในขวดใสแล้ววางลอยในตู้เพาะ ให้เห็นกันแต่ยังเข้าถึงกันไม่ได้ ตัวผู้จะเห็นตัวเมียแล้วก่อหวอดขยันขึ้น ส่วนตัวเมียที่พร้อมจะขึ้นลายแถบแนวตั้ง และว่ายก้มหัวเข้าหาตัวผู้ครับ
4. ปล่อยตัวเมียเมื่อหวอดใหญ่พอ
พอหวอดกว้างประมาณฝ่ามือและหนาพอสมควร ค่อยปล่อยตัวเมียออกจากขวดครับ ช่วงแรกตัวผู้จะไล่ตัวเมียค่อนข้างแรง ครีบขาดนิดหน่อยถือว่าปกติ แต่ถ้าตัวเมียโดนกัดจนเกล็ดหลุดหรือไปซ่อนตัวนิ่งนานๆ ให้แยกออกก่อน แล้วลองใหม่อีก 2–3 วัน
⚠️ คำเตือนพี่ฟู: ช่วงที่ปล่อยตัวเมียลงไปใหม่ๆ อย่าปล่อยตู้ไว้แล้วออกจากบ้านทั้งวันครับ ปลากัดตัวผู้บางตัวไล่กัดตัวเมียจนตายได้จริง ต้องคอยดูอย่างน้อยชั่วโมงแรก
5. ตัวผู้รัดตัวเมียและเก็บไข่ขึ้นหวอด
เมื่อตัวเมียพร้อม ทั้งคู่จะว่ายเข้าไปใต้หวอด ตัวผู้จะงอตัวรัดตัวเมีย ไข่ร่วงลงมาทีละไม่กี่ฟอง แล้วตัวผู้ก็ว่ายลงไปอมไข่ขึ้นไปแปะในหวอด ทำแบบนี้ซ้ำหลายสิบรอบ อาจกินเวลาเป็นชั่วโมง ตามที่ Seriously Fish อธิบายไว้ว่าเป็นท่า "embrace" แบบเดียวกับปลาในวงศ์ปลากระดี่ พี่ฟูบอกเลยว่าเป็นฉากที่สวยที่สุดฉากหนึ่งในการเลี้ยงปลาครับ
6. ตักตัวเมียออกทันทีที่วางไข่หมด
สังเกตได้ว่าตัวเมียท้องแฟบ ไม่เข้าไปใต้หวอดอีก และตัวผู้เริ่มไล่ตัวเมียออกห่างหวอด ตอนนี้ให้ตักตัวเมียออกไปพักในขวดแยก ให้อาหารดีๆ สักสัปดาห์ ตัวผู้จะเฝ้าหวอดและเก็บไข่ที่ร่วงขึ้นไปใหม่อยู่ตลอดเอง
7. เอาพ่อปลาออกเมื่อลูกปลาว่ายแนวนอน
ไข่จะฟักภายใน 24–48 ชั่วโมง ลูกปลาที่เพิ่งฟักจะห้อยหัวอยู่ใต้หวอดอีก 3–4 วัน กินไข่แดงที่ติดตัวมา ช่วงนี้ยังไม่ต้องให้อาหาร พอลูกปลาเริ่มว่ายแนวนอนได้เองทั้งครอก ก็ตักพ่อปลาออกได้ครับ ตามคู่มือเลี้ยงลูกปลากัดของ PetFishOnline ถ้าทิ้งไว้นานกว่านั้น พ่อปลาอาจเริ่มกินลูกตัวเอง
อนุบาลลูกปลากัด อาหารตามอายุ
ช่วงนี้คือจุดที่มือใหม่เสียลูกปลามากที่สุดครับ ลูกปลาแรกเกิดตัวเล็กกว่าเม็ดทรายมาก กินได้แค่อาหารที่ตัวเล็กพอเข้าปาก ไรแดงหรืออาหารเม็ดที่ใช้กับปลาโตยังใหญ่เกินไป

อายุลูกปลา | อาหาร | หมายเหตุ |
|---|---|---|
วันที่ 0–3 | ยังไม่ต้องให้ | กินไข่แดงที่ติดตัว ห้อยอยู่ใต้หวอด |
ประมาณวันที่ 3–7 | อินฟูโซเรีย (จุลินทรีย์ในน้ำ) หรือไข่แดงต้มสุกบดละลายน้ำ แตะนิดเดียว | เริ่มเมื่อว่ายแนวนอนได้ |
สัปดาห์ที่ 1–3 | อาร์ทีเมียวัยอ่อน (ไรทะเลฟักใหม่) วันละ 2–3 ครั้ง | ช่วงโตเร็วที่สุด |
สัปดาห์ที่ 3 ขึ้นไป | ไรแดง หนอนแดงสับ อาหารแช่แข็ง | ค่อยๆ เพิ่มขนาด |
สัปดาห์ที่ 6–8 ขึ้นไป | อาหารเม็ดเล็ก | สลับกับอาหารสดได้ |
จากที่พี่ฟูเพาะมาหลายรุ่น อาร์ทีเมียวัยอ่อนคืออาหารที่ทำให้ลูกปลารอดเยอะและโตเร็วที่สุดครับ แต่ Seriously Fish ก็เตือนไว้ว่าให้อาร์ทีเมียมากเกินไปมีรายงานว่าเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพในลูกปลากัด เลยแนะนำให้สลับกับอาหารอื่นเมื่อลูกปลาโตพอ ไม่ใช่ให้อาร์ทีเมียอย่างเดียวยาวๆ
ที่ฆ่าลูกปลาได้เร็วพอๆ กับอดอาหาร คือน้ำเสียจากอาหารเหลือครับ ให้ทีละน้อยแล้วดูว่ากินหมด เปลี่ยนน้ำทีละน้อยแต่บ่อย อย่างที่ Seriously Fish แนะนำว่าลูกปลาต้องเปลี่ยนน้ำ "small and regular" ส่วนตัวพี่ฟูใช้สายยางเล็กดูดขี้กับเศษอาหารที่ก้นตู้ แล้วเติมน้ำที่พักไว้แล้วกลับเข้าไปเท่าที่ดูดออก
แยกลูกปลากัดลงขวดเมื่อไหร่
ช่วงแรกลูกปลาทุกตัวอยู่รวมกันได้ครับ แต่พอโตได้ประมาณ 2 เดือน จะเริ่มเห็นตัวผู้บางตัวครีบยาวขึ้น สีเข้มขึ้น และกางเหงือกใส่ตัวอื่น นี่คือสัญญาณให้เริ่มแยกตัวผู้ลงขวดทีละตัว ตัวเมียยังอยู่รวมกันได้นานกว่า แต่ก็ต้องคอยดูว่ามีตัวไหนโดนรุมกัดหรือเปล่า

ตรงนี้พี่ฟูมีบทเรียนครับ สมัยนั้นพี่ฟูแยกปลาใส่ขวดโหลแบนวางเรียงบนชั้น ดูเป็นระเบียบดี แต่เลี้ยงไปสักพัก ปลาบางตัวสีซีดลง หางหนีบ ไม่ค่อยว่าย เพราะน้ำในขวดเล็กเสียเร็วมาก ขวดแบบนั้นพอใช้แยกปลาระยะสั้นได้ แต่ตัวที่ตั้งใจเก็บไว้เลี้ยงยาว ควรย้ายไปภาชนะที่ใหญ่ขึ้น พี่ฟูเขียนเรื่องนี้ไว้ละเอียดในเลี้ยงปลากัดในขวดได้ไหมครับ
ปัญหาที่เจอบ่อยตอนเพาะปลากัด
รอบแรกไม่สำเร็จเป็นเรื่องปกติมากครับ ส่วนใหญ่แก้ได้ด้วยการรอแล้วลองใหม่ ไม่ต้องรีบเปลี่ยนปลา
- ตัวผู้ไม่ยอมก่อหวอด: น้ำอาจเย็นไป ลมพัดผิวน้ำแรง หรือตัวผู้ยังเด็ก ลองปิดฝา ใส่ใบหูกวาง และให้เห็นตัวเมียในขวดสัก 2–3 วัน ถ้ายังไม่ก่อเลย ค่อยเปลี่ยนตัวผู้
- ตัวผู้กินไข่: เกิดได้กับตัวผู้ที่ผสมครั้งแรกหรือโดนรบกวนบ่อย ไข่ที่ไม่ได้รับการผสมก็จะถูกกินทิ้งเหมือนกัน ลองให้คู่เดิมผสมอีกรอบในจุดที่เงียบกว่าเดิม
- ไข่ขึ้นราขาวๆ: มักเป็นไข่ที่ไม่ได้รับการผสม ตัวผู้จะเก็บออกเอง ใบหูกวางช่วยได้เพราะมีสารแทนนิน
- ลูกปลาค่อยๆ หายไปทีละน้อย: ส่วนใหญ่เป็นเพราะอาหารไม่พอดีปาก หรือน้ำเสีย ย้อนกลับไปดูตารางอาหารด้านบน
- ลูกปลาป่วยเป็นจุดขาวหรือครีบเปื่อย: โรคเหมือนปลากัดโตครับ แต่ลูกปลาทนยาได้น้อยกว่า ดูอาการเทียบได้ที่ปลากัดป่วย อาการและวิธีรักษา
แม้แต่ฟาร์มจริงก็เจอปัญหาโรคเป็นเรื่องหลักครับ งานวิจัยกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากัดที่นครสวรรค์พบว่าสิ่งที่เกษตรกรอยากได้รับการส่งเสริมมากที่สุดคือการป้องกันและรักษาโรค คนเพาะเล่นที่บ้านจึงไม่ต้องรู้สึกแย่ถ้ารอบแรกเสียลูกปลาไปบ้าง
คำถามที่พี่ฟูโดนถามบ่อย
เพาะปลากัดครั้งแรก ใช้เวลานานแค่ไหน
ตั้งแต่เริ่มขุนพ่อแม่พันธุ์จนเอาพ่อปลาออก ใช้เวลาประมาณ 2–3 สัปดาห์ครับ แบ่งเป็นขุน 1–2 สัปดาห์ ผสมพันธุ์ 1–3 วัน ไข่ฟัก 24–48 ชั่วโมง และลูกปลาเกาะหวอดอีก 3–4 วัน จากนั้นอนุบาลต่ออีกราว 2 เดือนจึงเริ่มแยกตัวผู้ลงขวด
ปลากัดออกไข่ครั้งละกี่ฟอง
ปลากัดออกไข่ได้หลักร้อยฟองต่อครอกครับ งานวิจัยในบราซิลปี 2012 นับได้เฉลี่ยราว 130–545 ฟอง แล้วแต่ช่วงแสงที่ได้รับ แต่ไม่ใช่ทุกฟองจะได้รับการผสมหรือรอดจนโต ยิ่งเป็นรอบแรกของคนเพาะ อัตรารอดมักต่ำกว่าที่หวังไว้
ลูกปลากัดแรกเกิดกินอะไร
ช่วง 3 วันแรกไม่ต้องให้อาหาร เพราะลูกปลากินไข่แดงที่ติดตัวมาครับ พอเริ่มว่ายแนวนอน ให้อินฟูโซเรียหรือไข่แดงต้มบดละลายน้ำนิดเดียว แล้วเปลี่ยนเป็นอาร์ทีเมียวัยอ่อนในสัปดาห์ที่ 1–3 ซึ่งเป็นอาหารที่ลูกปลาโตเร็วที่สุด
ทำไมปลากัดตัวผู้ไม่ยอมก่อหวอด
สาเหตุที่พบบ่อยคือน้ำเย็นเกินไป ผิวน้ำโดนลมหรือกระแสน้ำ หรือตัวผู้ยังอายุน้อยครับ ลองปิดฝาตู้ ใส่ใบหูกวางให้หวอดมีที่ยึด และวางตัวเมียในขวดใสให้ตัวผู้เห็น 2–3 วัน ส่วนใหญ่ตัวผู้จะเริ่มก่อหวอดเอง
ใช้ตัวเมียตัวเดิมเพาะซ้ำได้บ่อยแค่ไหน
ควรให้ตัวเมียพักอย่างน้อย 3–4 สัปดาห์ก่อนผสมรอบใหม่ครับ ช่วงพักให้อาหารโปรตีนสูงเพื่อฟื้นร่างกาย ถ้าเพาะถี่เกินไป ตัวเมียจะโทรมและไข่รอบหลังมักน้อยลง
สรุปแล้ว การเพาะปลากัดเองไม่ได้ยากอย่างที่คิดครับ ขั้นตอนผสมพันธุ์ปลาจัดการเองเกือบทั้งหมด งานจริงของเราคือเตรียมน้ำตื้นให้ดี หาอาหารลูกปลาให้ถูกขนาด และวางแผนไว้ก่อนว่าลูกปลาหลายสิบตัวจะไปอยู่ที่ไหน ใครยังไม่เคยเลี้ยงปลากัดมาก่อน แนะนำให้อ่านคู่มือเลี้ยงปลากัดมือใหม่ให้คล่องก่อนค่อยเริ่มเพาะ ถ้าเพาะแล้วติดตรงไหน comment ถามพี่ฟูได้เลยครับ



ถามพี่ฟู
สงสัยตรงไหนในบทความนี้ หรือน้องที่บ้านมีอาการแบบไหน พิมพ์มาได้เลยครับ ความคิดเห็นจะแสดงหลังพี่ฟูตรวจแล้ว อีเมลไม่แสดงบนเว็บ